Billboard จัดอันดับ 15 เพลงจากอัลบั้ม The Blueprint ของ Jay-Z ฉลองครบรอบ
นิตยสาร Billboard จัดอันดับ 15 เพลงจากผลงานชิ้นเอก The Blueprint ของ Jay-Z เนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปีเมื่อวันที่ 11 กันยายน โดยเน้นย้ำถึงโปรเจกต์ที่ตอกย้ำสถานะราชาเพลงแร็ปและแนะนำโปรดิวเซอร์อย่าง Ye สู่กระแสหลัก
นิตยสาร Billboard (บิลบอร์ด) จัดอันดับ 15 เพลงจากอัลบั้ม The Blueprint ของ Jay-Z เพื่อฉลองครบรอบ 25 ปีในวันที่ 11 กันยายน การย้อนรอยครั้งนี้สำรวจผลงานชิ้นเอกที่ปล่อยออกมาในวันเดียวกับที่ตึกแฝดถล่มในนิวยอร์ก โปรเจกต์ที่ครอบคลุมนี้ตอกย้ำการก้าวเข้าสู่กระแสหลักของแร็ปเปอร์จากบรู๊คลินและการอ้างสิทธิ์ขั้นสูงสุดในฐานะราชาเพลงแร็ป
การจัดอันดับครบรอบประเมิน 15 เพลงจากโปรเจกต์ที่ปล่อยออกมาเมื่อ 25 ปีก่อน แฟนเพลงสามารถซื้ออัลบั้มที่หลายคนรอคอยได้ก่อนกำหนดหนึ่งวันในวันจันทร์ที่ 10 กันยายน โดยสอบถามร้านค้าอย่าง Eclipse Records ในย่านใจกลางเมืองแพเทอร์สัน รัฐนิวเจอร์ซีย์ ว่ามีผลงานนี้ในสต็อกหรือไม่ อัลบั้มนี้ได้โปรดิวเซอร์อย่าง Ye, Just Blaze, Bink และ Eminem มาร่วมงาน โดยมีซิงเกิลนำอย่าง "Izzo" กลายเป็นเพลงฮิตติด 10 อันดับแรกบนชาร์ต Hot 100 เพลงแรกของ Jay-Z ในฐานะศิลปินหลัก แผ่นซีดีมีโครงสร้างเพลงที่ซ่อนอยู่ โดยขยายเพลงปิดท้ายให้ยาวประมาณ 11 นาทีเพื่อซ่อนเพลงเพิ่มเติมอีกสองเพลง
อัลบั้มนี้ยังคงเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับเหตุการณ์วันที่ 11 กันยายน โดยทำหน้าที่เป็นทางออกเพื่อหลีกหนีจากความเป็นจริงที่โหดร้ายของโลก ผู้ฟังตื่นขึ้นมาพร้อมกับความคาดหวังถึงกิจวัตรปกติ เช่น การเข้าเรียนสัปดาห์แรกของปีหนึ่งที่วิทยาลัยชุมชนในท้องถิ่น แต่กลับต้องเห็นการถ่ายทอดสดข่าวเครื่องบินชนตึกแฝด การเพิกเฉยต่อข่าวในตอนแรกโดยคิดว่าเป็นการโจมตีของผู้ก่อการร้ายครั้งก่อนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นควันพวยพุ่งออกมาจากอาคารแรก ผู้คนใช้เวลาที่เหลือของวันนั้นพูดคุยกับครอบครัวและเพื่อนฝูงเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมที่พบเห็นขณะฟังอัลบั้มนี้
The Blueprint ถือเป็นอัลบั้มสำคัญในประวัติศาสตร์เพลงแร็ปที่จุดชนวนความขัดแย้งครั้งใหญ่กับ Nas ศิลปินเพื่อนร่วมเมืองนิวยอร์ก Jay-Z ได้นำเพลง "Takeover" มาเล่นเรียกน้ำย่อยที่งาน Summer Jam เมื่อต้นปีนั้น โดยเอ่ยชื่อ Nas และประกาศสงครามอย่างเป็นทางการกับแร็ปเปอร์จากควีนส์ การท้าทายโดยตรงนี้กระตุ้นให้ Nas ปล่อยเพลงตอบโต้ "Ether" ในปีต่อมา แม้ท้ายที่สุดจะพ่ายแพ้ในศึกเฉพาะกิจครั้งนั้นกับ Nas แต่ Jay-Z ก็ประสบความสำเร็จในการครองบัลลังก์เพลงแร็ปด้วยโปรเจกต์นี้และไม่เคยลงจากตำแหน่งอีกเลย
โปรเจกต์นี้ถือเป็นการแนะนำ Ye หรือที่รู้จักกันในชื่อเดิมว่า Kanye West ซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับเพลงที่สร้างแรงสั่นสะเทือนมากที่สุดในอัลบั้ม การทำดนตรีของ Ye ในเพลง "Izzo" ใช้แซมเพิลของวง Jackson 5 เพื่อสร้างเพลงฮิตติดหูซึ่งทำหน้าที่เป็นงานเปิดตัวของเขาในฐานะโปรดิวเซอร์ พร้อมกับมิวสิกวิดีโออันโด่งดังที่มี Jay-Z สวมเสื้อแข่งของ Sprewell นอกจากนี้ Ye ยังทำหน้าที่โปรดิวซ์ในยุคแรกเริ่มให้กับเพลงภาคต่อ "Girls, Girls, Girls (Part 2)" โดยพลิกแพลงแซมเพิลได้อย่างสวยงามในขณะที่ผู้ฟังสามารถได้ยินเสียงเขากดแป้นบนเครื่องทำจังหวะ MPC โปรดิวเซอร์หลีกเลี่ยงการพึ่งพาแบบแผนเดิมๆ สำหรับเพลงภาคต่อ ทำให้ Jay-Z สามารถสนุกสนานกับการเล่นคำได้
โปรดิวเซอร์ Just Blaze และ Timbaland ได้สร้างรากฐานของเสียงที่ทำให้อัลบั้มนี้มีความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์อย่างมหาศาล Just Blaze มอบจังหวะที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณสำหรับเพลงต้นฉบับ "Girls, Girls, Girls" ซึ่งมีท่อนที่น่าขบขันอย่าง "Mami's a narcoleptic, she's always sleepin' on Hov" แม้ว่าเพลงนี้จะพึ่งพาแบบแผนที่วัฒนธรรมการแบน (cancel culture) ในปัจจุบันอาจวิพากษ์วิจารณ์ Timbaland มีส่วนร่วมในการทำดนตรีจังหวะสนุกสนานสำหรับเพลง "Hola' Hovito" โดยผสมผสานท่อนฮุกที่ติดหูกับการแร็ปภาษาสเปนของ Jay-Z เพลงฮิตที่พร้อมเปิดทางวิทยุเหล่านี้ยังคงรักษาพลังงานไว้ได้ในอีกหลายปีต่อมา โดยสร้างความสนุกสนานให้กับกลุ่มแฟนเพลงที่สวมเสื้อเชิ้ตมีปกและรองเท้าหนังระหว่างการแสดงช่วงสุดสัปดาห์ของ Jay-Z ที่สนามกีฬา Yankee Stadium
โปรดิวเซอร์ Bink ได้รับเครดิตน้อยกว่าที่ควรจะเป็นสำหรับผลงานสำคัญที่มีต่อเสียงของอัลบั้ม Bink โปรดิวซ์เพลงเปิดตัวที่ยิ่งใหญ่ "The Ruler's Back" เพื่อแสดงความเคารพต่อเพลงคลาสสิกชื่อเดียวกันของ Slick Rick ซึ่งเป็นการเริ่มต้นอัลบั้มได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขายังสร้างสรรค์ดนตรีให้กับเพลง "All I Need" ซึ่งเป็นเพลงที่ผ่านการทดสอบการฟังในรถและกระตุ้นให้ฝูงชนที่ซื้อตั๋วหมดเกลี้ยงร้องตาม โดยมีองค์ประกอบทั้งหมดของซิงเกิลฮิต ยิ่งไปกว่านั้น Bink ยังนำออร์แกนสไตล์กอสเปลมาใส่ในเพลงปิดท้าย "Blueprint (Momma Loves Me)" ซึ่ง Jay-Z ได้เอ่ยชื่อบุคคลต่างๆ ในท่อนแร็ปของเขาคล้ายกับผลงานในภายหลังของเขาในอัลบั้ม The Black Album
Eminem ทำหน้าที่สองอย่างในอัลบั้มนี้ โดยเป็นทั้งโปรดิวเซอร์และศิลปินรับเชิญในเพลงที่หม่นหมองอย่าง "Renegade" แม้ว่าคนส่วนใหญ่มักจะโต้แย้งว่า Eminem ทำผลงานได้ดีกว่า Jay-Z ในเพลงนี้ แต่แร็ปเปอร์จากบรู๊คลินก็ถ่ายทอดท่อนแร็ปที่ถูกประเมินค่าต่ำเกินไปอย่างมาก โดยกล่าวถึงนักวิจารณ์เพลงแร็ปที่ไม่เข้าใจความยากลำบากและความทุกข์ทรมานของเขา Jay-Z แร็ปเกี่ยวกับสถานการณ์เลวร้ายที่เขาเติบโตมา รวมถึงการสูญเสีย 92 bricks ซึ่งนำไปสู่คำถามที่มีชื่อเสียงที่ถามว่าคนโง่ฟังเพลงหรือแค่อ่านผ่านๆ ในเพลงอื่นๆ อย่าง "U Don't Know" Jay-Z ได้ให้คำคมมากมายเกี่ยวกับพวกฉวยโอกาสในวงการ การคิดราคาแพงเกินไปสำหรับ Cold Crush และการเฝ้าดูความฝันในการเล่นบาสเกตบอลที่พังทลายลง
การเปลี่ยนผ่านสู่การสตรีมมิ่งดิจิทัลได้เปลี่ยนแปลงวิธีที่ผู้ฟังได้สัมผัสกับการเรียงลำดับดั้งเดิมและองค์ประกอบที่ซ่อนอยู่ของอัลบั้ม เดิมทีผู้ฟังค้นพบเพลงที่ซ่อนอยู่ด้วยความบังเอิญอย่างแท้จริง มักจะเกิดขึ้นขณะนั่งอยู่ในรถอย่าง Honda Accord coupe ปี 1989 สีเขียวน้ำทะเลเพื่อหาแผ่นซีดีแผ่นต่อไปหลังจากเล่นอัลบั้มจนจบ ยุคสตรีมมิ่งได้ขจัดการค้นพบที่เป็นธรรมชาติเหล่านี้ เปลี่ยนแปลงวิธีที่แฟนๆ โต้ตอบกับลูกเล่นที่ซ่อนอยู่ (easter eggs) เช่น ซิงเกิลสตรีทที่ซ่อนอยู่ตอนท้ายของแผ่นดิสก์จริง ก่อนหน้านี้ Jay-Z เคยใช้กลยุทธ์เพลงที่ซ่อนอยู่แบบเดียวกันนี้ในอัลบั้ม Vol. 3 โดยรวมเพลง "Jigga My N—a" และ "Girl's Best Friend" ไว้ตอนท้ายของเพลงโบนัส "Anything"
สำหรับอุตสาหกรรมดนตรี The Blueprint ยังคงเป็นผลงานชิ้นเอกในการสร้างอัลบั้ม ซึ่งมักถูกนำไปเปรียบเทียบกับ Thriller ของ Michael Jackson เพราะทุกเพลงสามารถทำหน้าที่เป็นซิงเกิลได้ โปรเจกต์นี้แสดงให้เห็นถึงวิธีสร้างสมดุลระหว่างเพลงฮิตที่พร้อมเปิดทางวิทยุกับเพลงแนวสตรีท ในขณะเดียวกันก็ยกระดับโปรดิวเซอร์หน้าใหม่ให้มีสถานะเป็นซูเปอร์สตาร์ มรดกที่ยั่งยืนของอัลบั้มนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าดนตรีสามารถช่วยให้ผู้ฟังหลีกหนีจากความเป็นจริงที่โหดร้าย ตอกย้ำตำแหน่งในฐานะหนึ่งในผลงานที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์เพลงแร็ป
วันครบรอบ 25 ปีของ The Blueprint ยังคงสร้างการพูดคุยเกี่ยวกับตำแหน่งของอัลบั้มในหมู่ผลงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมจะติดตามดูว่า Jay-Z จะปล่อยมิวสิกวิดีโอย้อนหลังสำหรับเพลงอย่าง "All I Need" เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จนี้เพิ่มเติมหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์จะคอยดูว่าจะมีฉบับแผ่นจริงรุ่นพิเศษใดๆ ที่รักษารูปแบบเพลงที่ซ่อนอยู่ดั้งเดิมไว้สำหรับผู้ฟังยุคใหม่หรือไม่
ข่าวเพิ่มเติม

IFPI Urges EU Countries to Implement AI Act Fully
The global labels body emphasizes transparency obligations and rights enforcement for AI-generated content.
Soul Glo ปล่อยซิงเกิล February Theory ก่อนเปิดตัวอัลบั้มใหม่
สื่อดนตรี Consequence เลือกเพลงใหม่ความยาวสี่นาทีของวงฮาร์ดคอร์จากฟิลาเดลเฟียเป็นเพลงหนักหน่วงประจำสัปดาห์เมื่อวันที่ 11 กันยายน ร่วมกับผลงานจาก Mötley Crüe, Slipknot และ Steven Wilson
สมาชิก X-Ray Spex, Raincoats, Slits รวมตัวเป็นซูเปอร์กรุปในเทศกาล She-Punk ลอนดอน
ซูเปอร์กรุปที่ประกอบด้วยสมาชิกจาก X-Ray Spex, the Raincoats และ the Slits จะขึ้นแสดงที่ Electric Brixton ลอนดอน วันที่ 16 ตุลาคม ในเทศกาล Up Yours! God Save the Queens! ฉลอง 50 ปี She-Punk
Gustavo Dudamel เปิดฤดูกาลใหม่ของ New York Philharmonic ร่วมกับศิลปินรับเชิญ
วาทยกรชื่อดังนำเสนอการแสดงที่ร่วมงานกับ St. Vincent และ Lizzo ณ Radio City Music Hall เมื่อวันที่ 10 กันยายน
